“เรื่องเกิดเมื่อสั่งของออนไลน์ แล้วมีผีมาบีบเป๊าะแป๊ะที่ใช้ห่อของในกล่องเล่น”

“เรื่องเกิดเมื่อสั่งของออนไลน์ แล้วมีผีมาบีบเป๊าะแป๊ะที่ใช้ห่อของในกล่องเล่น”

เรื่องผีเป๊าะแป๊ะ ปลใภาพประกอบอาจไม่เกี่ยวกับเรื่องเล่า

ชื่อเรื่องอาจจะฟังดูตลกนิดขออภัยนะครับ ไอ้เป๊าะแป๊ะที่ผมว่านี้ก็คือถุงพลาสติกที่มีตุ่มลมที่เอาไว้ห่อของกันกระแทกอ่ะครับ เรียกอะไรไม่รู้แต่ผมเรียกเป๊าะแป๊ะ เข้าเรื่องครับ เรื่องมีอยู่ว่าผมเข้ามาทำงานในกรุงเทพหลังจากเรียนจบได้สองสามปีครับ ก็เช่าหอพักอยู่คนเดียวซึ่งหอใหม่นี้เพิ่งเข้ามาอยู่ได้ไม่กี่เดือนครับ ผมเป็นคนชอบซื้อของออนไลน์เพราะสะดวกดีครับ (ซื้อเยอะมากจนป้าดูแลหอบ่น 555) ของที่ส่งมาก็จะมาทั้งรูปแบบซอง แบบกล่อง ซึ่งแบบกล่องนี่แหละครับที่มักจะมีเจ้าเป๊าะแป๊ะอยู่

แล้ววันเกิดเรื่องก็มาถึง เย็นวันนั้นหลังเลิกงานผมก็ได้รับกล่องพัสดุจากการซื้อของออนไลน์ปกติครับ แน่นอนว่ามีเจ้าเป๊าะแป๊ะติดมาในกล่องด้วย ปกติผมจะมีนิสัยเสียคือชอบบีบเล่นจนหมด (มันสนุกมากๆครับ) แต่เย็นวันนั้นผมเพลียมากหลังจากเปิดกล่องเช็คสินค้า อาบน้ำก็นอนหลับไป ตื่นมาอีกทีไม่รู้ว่ากี่ทุ่ม ตื่นเพราะเสียงอะไรรู้ไหมครับ “เป๊าะ.. แป๊ะ.. … เป๊าะ..  ..  …  …แป๊ะ.. ..เป๊าะแป๊ะ..  เป๊าะ.. แป๊ะ.. เป๊าะ   .. . …แป๊ะ.. ..เป๊าะแป๊ะ….”

เสียงบีบเจ้าเป๊าะแป๊ะครับ ตอนแรกผมคิดว่าตัวเองนอนทับรึเปล่า หรือหูแว่ว แต่ไม่ใช่ครับ ผมไม่ได้นอนทับแน่นอน(ถ้านอนทับเสียงมันจะไม่ก้องทั่วห้องแบบนี้) และผมไม่ได้โดนผีอำใดๆทั้งสิ้นตอนนั้น สติยังดี เงี่ยหูฟังชัดๆมันต้องมีคนบีบแน่นอน 100% ครับ แล้วเสียงบีบนั้นมันก็ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา จนมาใกล้ๆหูผมแล้วถี่ขึ้น เหมือนคนช่วยกันบีบเล่นอ่ะครับ “เป๊าะ แป๊ะ เป๊าะแป๊ะ.. เป๊าะเป๊าะแป๊ะ เป๊าะ.. แป๊ะเป๊าะ แป๊ะ เป๊าะ แป๊ะ…” ดังกระหน่ำมาก ผมขนลุกไปทั้งตัว ในห้องมืดสนิทมีผมอยู่คนเดียวแน่นอน แทบไม่มีเพื่อนคนไหนเคยมานอนห้องของผมเลยครับ (มีแต่เพื่อนที่มาจากต่างจังหวัดเคยมานอนด้วยสองสามครั้ง)

ตอนนั้นผมคิดว่ายังไงก็ต้องมีคนบีบหรือทำอะไรซักอย่างกับเจ้าถุงเป๊าะแป๊ะกันกระแทกแน่ๆ ผมตัดสินร้อง “เฮ้ยยย” แบบเสียงหลงและดังมาก แล้วตามด้วย “เชี่ยไรวะ! “ เหมือนอารมณ์โกรธที่ใครที่ไหนไม่รู้มาทำอะไรแบบนี้ในห้องของผม ต่อให้ตอนนั้นมันจะเป็นอะไรก็ตาม ผมโกรธและต้องการให้อะไรก็ไม่รู้ที่ว่าตกใจกลัวผมบ้าง แต่ไม่เลยครับ ท่ามกลางความมืดเสียงนั้นยังกระหน่ำ “เป๊าะแป๊ะๆๆๆๆ” อยู่เหมือนเดิม จนผมหยิบมือถือมาส่องหาสวิตช์ไฟ พอเปิดไฟ เท่านั้นละครับ เสียงหายเงียบไปจนหมด เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผมตัวสั่นไปหมด ไม่รู้ว่าอะไร ผีหรือคนหรืออะไรกันแน่ เริ่มตั้งสติได้ก็ค้นหาที่มาของเสียง เชื่อไหมครับ ถุงเป๊าะแป๊ะโดนบีบไปเกือบหมด ย้อนกลับไปอ่านตอนแรกะครับ ผมเข้านอนโดยที่ไม่ได้บีบเล่นเลยแม้แต่ตุ่มเดียว แล้วทำไมมันกลายเป็นแบบนี้ล่ะ คืนนั้นผมนอนไม่หลับเลยครับ ดูนาฬิกาตอนนั้นตีสองเลยเปิดไฟสว่างไว้ทั้งคืน นี่ถ้าไฟมาดับนี่ผมร้องไห้จริงๆนะ ผมอยู่อย่างนั้นจนเช้าไปทำงานด้วยสภาพอดนอน หลังจากคืนนั้นผ่านไปคืนสองคืนต่อมาผอาจจะมีระแวงบ้าง แต่พอทุกอย่างผ่านไปด้วยดีไม่มีอะไรผมก็เริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ แน่นอนว่าผมเก็บเจ้าเป๊าะแป๊ะไปทิ้งหมดตั้งแต่เช้าของคืนนั้นเลยครับ ไม่เอาแล้ว แต่เรื่องมันไม่จบแค่นั้นครับ ไม่ถึงอาทิตย์หลังจากคืนเป๊าะแป๊ะนั่น ผมก็เจอเหตุการณ์ประหลาดอีกครับ

คืนนั้นผมหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาเพราะเสียงๆนึงที่ข้างหูครับ “อืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม” เป็นเสียงทุ้มๆของผู้ชายตะเบ็งในลำคอ เหมือนพูดไม่ได้แล้วตะเบ็งเสียงให้ดังที่สุดอ่ะครับ ดังยาวชั่วลมหายใจออกครั้งนึงก็หยุดแล้วดังอีก “อืออออออออออออออออออออออออออออออออออออ” ผมนอนขดตัวพยายามตั้งสติ ว่าฝันหรือว่าจริง หรือหูแว่ว แต่เสียงนั้นยังคงดังอยู่เรื่อยๆ สั้นบ้าง ยาวบ้าง ดังบ้าง แผ่วบ้าง สลับกัน  “ฮืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม”

แล้วที่พีคสุดคืออะไรรู้ไหมครับ เสียงนั้นมันดังข้างหูผมใช่ไหมครับ แล้วมันปล่อยลมเข้าหูผมเหมือนคนตะเบ็งเสียงกรอกหูผมจริงๆ ตอนนั้นผมขนลุกไปหมดทั่วทั้งตัว ใจเต้นแรงเหมือนจะวูบเลยครับ เกิดมาเพิ่งเคยเจออะไรแบบนี้ น้ำตาไม่รู้ไหลมาจากไหน ผมพยายามภาวนาขอให้มันหยุดแต่มันก็ยังไม่หยุดครับ ตอนนั้นผมมั่นใจแล้วว่าตื่นและมีสติอยู่แน่ๆ ผมเลยตะโกนแบบสุดชีวิตออกไป “อะไรวะ!!!” หวังให้มันตกใจบ้างเช่นเคยครับ จากนั้นเป็นไงรู้ไหมครับ มันยังครางต่อว่า “อืมมม อืมมม อืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม”  แบบนี้ 3 ครั้งติดกันครั้งสุดท้ายลากยาวยานจนผมขนลุก

แล้วเสียงนั้นก็เงียบไปปครับ ผมรีบวิ่งเตะของกระเจิงเพราะมืดไปเปิดไฟ ผมร้องไห้ออกมาจริงๆครับเพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลย ผมกลัวมากๆ ผมเปิดไฟแบบนั้นนอนทั้งคืนอีกเช่นเคย แต่แค่ไม่ถึง 5 นาทีต่อจากนั้น ผมก็เจอแจคพ็อตซ้ำครับ เสียงหัวเราะหลุดรอดออกมาจากในห้องน้ำ “หึฮึๆๆๆๆๆ”

จังหวะของเสียงหัวเราะเหมือนตุ๊กแกมันทำ จุ๊ๆๆๆ ก่อนจะร้องว่า ตั๊บแก อ่ะครับ แบบนั้นเลย เอาอีกแล้วเหรอ ตอนนี้ผมรู้สึกเลยว่าผมบนหัวมันตั้งไปหมดแล้ว และผมไม่ไหวแล้ว แต่จะไปไหนล่ะ เพราะหอที่ผมอยู่เป็นหอแบบไม่มีส่วนเคาเตอร์ครับ เป็นแค่อาคารพาณิช์เก่าๆที่ถูกรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นหอพัก เพราะฉะนั้นถึงจะออกจากห้องก็ไม่มีที่ไปครับ ผมกัดฟันสู้ความกลัวเปิดไฟสว่างอยู่ในห้องนั่นแหละครับ ระเบียงผมก็ไม่กล้าเปิดเพราะตรงข้ามเป็นอาคารพาณิชย์เก่าๆที่ไม่มีคนอยู่ (ผมลืมเล่าที่ตั้งหอพัก หอนี้ตั้งอยู่ในซอยแคบๆ และอาคารหลังนี้กับหลังฝั่งตรงข้ามเป็นของเจ้าของคนเดียวกัน เคยมีสภาพแบบเดียวกัน แต่ฝั่งตรงข้ามยังไม่รีโนเวท มีแพลนจะทำปีหน้า ป้าดูแลเคยบอกไว้)

ผมทำใจซักพักกว่าอะไรๆจะดีขึ้น หายใจได้สะดวกขึ้น แต่ตัวยังสั่นอยู่ นั่งเล่นคอมไปถามตัวเองตลอดว่าอะไรวะๆ เกิดอะไรขึ้นวะ อยู่แบบนั้น จนมาถึงจุดพีคที่สุดของเรื่องแล้วครับ นั่นก็คืออยู่ดีๆไฟก็ดับครับ เชี่ยเอ๊ย ตามสูตรหนังผีเลย ไฟดับไปเฉยๆแต่ไฟจากจอคอมยังสว่างอยู่ครับ แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะเหตุการณ์หลังจากนี้เป็นเหตุการณ์ที่ผมต้องจดจำไปตลอดชีวิต อยู่ดีๆเหมือนมีอะไรก็ไม่รู้วิ่งผ่านปลายเตียงผมไปแล้วชนของล้ม ชนขวดน้ำ โต๊ะญี่ปุ่นล้มเสียงตึงตัง จะว่าหนูก็ไม่น่าทำให้ของล้มได้ขนาดนั้นครับ และที่ไม่ใช่หนูแน่นอนก็เพราะว่า

ถึงไฟในคอมจะแยงตาแต่หางตาผมทางซ้ายเห็นอะไรแว่บๆผ่านไปทางขวา ผมเห็นมันจากหางตาครับ เป็นผู้ชายสูงๆตัวยาวๆแต่ผอมๆย่อตัวย่องไป แต่การย่องของมันเร็วเหมือนวิ่งครับ แต่ยังไม่หมดแค่นี้ครับ มันยังพูดกับผมด้วยว่า “ตู.. ฮืมมๆๆ แล้ว..”

เสียงพูดนี้มันดังมาก มันเป็นเสียงที่ผมไม่เคยได้ยินมนุษย์คนไหนพูด เป็นเสียงที่น่ากลัวจนผมไม่รู้จะอธิบายยังไง  เป็นเสียงที่เหมือนคนพยายามจะพูดแต่พูดไม่ได้ เสียงมันแห้งๆเหมือนแค้นเสียงออกมาจากลำคอ เหมือนโจรในละครที่ไม่ได้กินน้ำแล้วคอแห้งพยายามตะเบ็งคำรามให้คนหวาดกลัว เสียงแบบนั้นเลยครับ ผมได้ยินชัดแค่คำหน้ากับคำหลังมันพูดแบบนั้นแน่นอนครับ มันวิ่งไปทางขวาผมที่เป็นระเบียงแต่ใช้ของแข็งเคาะกระจกระเบียงดัง “ก่อกๆๆๆๆ.. ก่อกๆๆๆๆๆ.. ก่อกๆๆๆ” มันน่ากลัวจนผมช็อคไปหมด ผมเจอแบบนั้นผมไม่อยู่แล้วครับ วิ่งออกนอกห้องไปเลยครับ วิ่งลงบันไดแบบไม่คิดชีวิต เข่าผมกระแทกราวบันไดจนมันเขียว แต่ผมไม่เจ็บเลยครับ

ผมวิ่งไปเซเว่นหน้าปากซอยทั้งที่ไม่มีเงินซักบาท วิ่งไปนั่งร้องไห้อยู่หน้าเซเว่น เจอลุงคนขับแทกซี่จอดซื้อของออกมาเจอผมพอดี แกก็ถามว่า “เป็นอะไรไอ้หนุ่ม” ผมบอกแกไปเลยว่า “ผีหลอกผมครับพี่ ผมโดนผีหลอก ที่หอ ผมอยู่ไม่ได้ ผมวิ่งออกมาไม่หยิบอะไรมาเลย” ผมพูดไปทั้งที่เสียงสั่น ลุงแทกซี่ก็ถาม “เล่นยารึเปล่าไอ้หนุ่ม พักอยู่หอไหน” ผมบอก “เปล่าพี่ ผมโดนผีหลอกจริงๆ” แล้วชี้ไปในซอยบอกชื่อหอ ลุงบอก “อ๋อ หอนี้” แล้วลุงก็เล่าให้ผมฟังว่า “ปีที่แล้วก็มีผู้หญิงวิ่งกรีดร้องตั้งแต่ตรงหอนั้นแหละมาจนถึงเซเว่นี้เลย บอกว่าโดนผีหลอก คนตื่นกันทั้งซอย”  “มันมีอะไรเหรอพี่”  “จริงๆผมก็ไม่รู้นะ ได้ยินเค้าเล่ามาอีกทีเพราะผมอยู่ซอยโน้น” ลุงชี้ไปที่ซอยบ้านตัวเอง   “เค้าเล่าว่าไงพี่”  “เค้าว่าก่อนจะสร้างเป็นหอพักเนี่ย เมื่อก่อนหลายปีมาแล้วตอนที่มันเป็นตึกร้าง มีพวกขี้ยามาทำร้ายกันที่นั่น หลายคนก็เล่าต่อๆกันว่ามีคนเสียตรงนั้นเยอะเหมือนกัน ผมจำรายละเอียดไม่ได้นักหรอกเพราะมันนานแล้ว แต่ที่ล่าสุดก็ที่ขี้ยามาแล้วทำร้ายกันจนเสี ยชิวตที่นั่นแหละ อันนี้พอที่พอจะจำได้แม่น”

ผมยังขนลุกอยู่ตลอด ยิ่งฟังก็ยิ่งขนลุก ก่อนลุงไปลุงแกให้ผมยืมร้อยนึงไว้ซื้อของในเซเว่นประทังชีวิต ผมขอเบอร์แกไว้ตอนเช้าจะโทรไปคืน ผมซื้อเอ็มร้อยมาดื่มเพื่อเอาชีวิตรอด รอจนเช้าผมจึงตัดสินใจเดินกลับ และตัดสินใจว่าจะย้ายออกทันทีหลังเลิกงาน วันนั้นผมเอาไปแต่กระเป๋าเสื้อผ้ากับของใช้จำเป็น กะว่าเสาร์อาทิตย์ค่อยมาขนที่เหลือ พอวันเสาร์ก่อนผมขนของออกหมดผมได้บอกเหตุผลป้าดูแลหอไปว่าผมเจอผีนะป้า ก็ตามสูตรหนังผีหอพักละครับที่ไหนๆก็จะออกแล้ว ป้าก็เล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหม ว่ามันยังไงผมได้ยินมาว่ามีคนเสียที่นี่ ป้าเลยเล่าว่า

“เมื่อหลายปีก่อนที่นี่ยังเป็นตึกร้าง ขี้ยาจะชอบแอบมาเสพมานอนกันในนี้แล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งพวกนั้นก็ไม่มาอีกเลย หายไปหลายเดือนมาก จนวันนึงก็มีคนไปเจอผู้ชายที่เสียมานาน สภาพแห้งผอมจนหนังติดกระดก” ผมนึกขึ้นได้ ผอม แห้ง หนังติดกระดูก ใช่แล้ว ไอ้ตัวยาวๆผอมๆวิ่งย่องชนของผมคืนนั้นนั่นแหละ “ที่ชั้นไหนป้า” “ชั้น 3 ฝั่งด้านหน้าตรงห้องเธอพอดี” ป้าตอบแบบยิ้มแหยๆ (โอ้ยยยป้า–จะยิ้มใส่ goo ทำม๊ายยยยยย เยาะเย้ยหรืออะไรรรร) ใจผมนี่สั่นจะร้องไห้อีกรอบ ผมย้ายของออกไปไม่เหลียวหลังอีกเลย เรื่องก็มีแค่นี้ครับ

เพิ่งเคยมาแชร์ประสบการณ์ตัวเอง ผิดพลาดยังไงต้องขออภัยด้วยนะครับ ขอบคุณที่อยู่อ่านรับรู้เรื่องสยองเป็นเพื่อนผมครับ

ขอบคุณเรื่องเล่าจากทู้ ผีเป๊าะแป๊ะ

admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *