“เมื่อไปนอนโรงแรมแล้วมีคนแซวว่า ถ้าเจออะไรมาเล่าให้ฟังด้วยนะ” โรงแรมผีที่เขมร

“เมื่อไปนอนโรงแรมแล้วมีคนแซวว่า ถ้าเจออะไรมาเล่าให้ฟังด้วยนะ” โรงแรมผีที่เขมร

เรื่อง เสียงเรียกจากห้องน้ำ เจ้าของเรื่อง : คุณอ้อ ปล.ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเรื่องเล่า

          เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นตัวก็ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย เรื่องทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นที่ประเทศกัมพูชา ในโรงแรมแห่งหนึ่งและต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว อ้อกับครอบครัวแล้วก็ญาติๆ ได้เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศกัมพูชา ไปกันทั้งหมด 10 กว่าคน และก็ได้ทำการเหมาทัวร์ไป พอไปถึงที่กัมพูชาทุกคนก็ได้ไปเที่ยวนครวัด นครธม รวมไปถึงสถานที่สำคัญต่างๆ และหลังจากเที่ยวเสร็จทุกคนก็ได้กลับไปพักกันที่โรงแรม ซึ่งโรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ชื่อของโรงแรมแห่งนี้เมื่อแปลเป็นภาษาไทยว่า “ เสือ ”  และทางคณะทัวร์ก็ได้เลือกห้องพักให้กับครอบครัวของอ้อที่ชั้น 2 มีแต่อ้อ กับน้องสาวชื่อเตย และน้องแจน ได้พักชั้นล่างสุดของโรงแรม เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดพอดี โรงแรมก็ค่อนข้างจะเต็มเกือบทุกห้อง และคณะของอ้อก็พักที่นี่เพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น

          ระหว่างที่รอรับกุญแจนั้น อ้อก็ได้แจ้งไปว่าอยากได้ห้องพัก ที่สามารถพักได้ 3 คน  ซึ่งก็มีตัวอ้อ   น้องเตย และน้องแจน พักร่วมกัน ทางโรงแรมก็เลยจัดห้องพักให้ห้องหนึ่ง  พอได้รับกุญแจไปแล้วเดินไปถึงหน้าห้อง ตอนนั้นมีลูกพี่ลูกน้องอีก 2 คนเดินไปส่ง เพื่อนทุกคนในกลุ่มนั้นจะพอรู้เรื่องกันอยู่แล้วว่าน้องเตยสามารถสัมผัสกับสิ่งอะไรแปลกๆได้อยู่บ้าง รวมไปถึงตัวเองด้วยเพียงแต่รู้สึกได้น้อยกว่า พอทุกคนเดินไปถึงที่หน้าห้องพักนั้น อ้อกับเตยรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ รู้สึกแปลกๆก็ได้แต่หันมามองหน้ากันเอง ส่วนลูกพี่ลูกน้อง 2 คนที่เดินมาส่งนั้น ห้องพักอยู่ชั้น 2 พอเดินมาส่งถึงหน้าห้องแล้ว ก่อนแยกจากกัน ลูกพี่ลูกน้องก็ยังแอบหยอกอยู่ว่า “ พี่อ้อ..ถ้าเกิดพรุ่งนี้เจออะไรมาเล่าให้ฟังด้วยนะ”  พูดเสร็จก็รีบเดินกลับห้องตัวเองไป

          ที่หน้าห้องพักนั้นก็เหลือเพียงอ้อ แจนแล้วก็เตย ทุกคนก็ไขกุญแจเข้าห้องไป สิ่งแรกที่รู้สึกได้เลยก็คือ เป็นห้องที่มีกลิ่นเหม็นอับมากๆ คือวินาทีแรกที่เดินเข้าห้องไปนั้นได้แต่มองหน้ากับเตย บรรยากาศภายในห้องนั้นดูแล้วไม่ค่อยน่าจะพักสักเท่าไหร่  ลักษณะของห้องนั้นเป็นห้องที่จัดว่ากว้างเอามากๆ พรมเป็นสีแดงออกแดงเลือดหมูดูเก่าๆ  ภายในห้องนั้นเหมือนกับไม่เคยเปิดใช้งานมานานแล้ว พอเปิดประตูเข้ามาในห้อง  ห้องน้ำจะอยู่ทางขวามือ เดินตรงไปจะเห็นเตียง 3 เตียงวางอยู่ติดๆ กัน  ส่วนโทรทัศน์และโต๊ะเครื่องแป้งจะอยู่ทางปลายเตียง ตู้ไม้ใบใหญ่จะอยู่ทางด้านปลายเตียงซ้ายมือ พอเดินสำรวจตรงตู้เสื้อผ้า อ้อก็ได้เห็นว่ามีรอยเปื้อน เหมือนรอยน้ำแห้งๆ ตรงหน้าตู้เสื้อผ้า ตอนนั้นก็แอบคิดในใจเหมือนกันว่า หรือจะเป็นรอยเลือดแห้งๆ

          ตอนนั้น อ้อกับเตยมองหน้ากัน แล้วรู้สึกได้เหมือนกันว่า ทั้งคู่นั้นก็ไม่อยากจะนอนพักที่ห้องนี้เลย แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรกัน เนื่องจากแจน  น้องที่มาด้วยกันนั้นเป็นคนค่อนข้างที่จะกลัวผีเอามากๆ ก็เลยยังไม่ได้คุยกัน หลังจากเข้าห้องเก็บของเรียบร้อย ทุกคนก็พากันออกมาเดินเที่ยวตลาดกลางคืน กลับเข้าถึงโรงแรมอีกครั้งหนึ่งก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว อ้อนั้นก็เลยขอเป็นคนแรกที่อาบน้ำก่อน พอตอนเข้าห้องน้ำก็พอจะรู้สึกได้ว่า เหมือนมีคนอยู่ในห้องน้ำด้วย ช่วงที่ระหว่างอาบน้ำก็รู้สึกว่าเหมือนมีคนมายืนประกบตัวอ้ออยู่ในอ่างอาบน้ำด้านหลัง ขนแขนมันจะลุกแทบตลอดเวลา ขนลุกตั้งแต่บริเวณหลังขึ้นสู่ท้ายทอย ขึ้นไปถึงหัวทั้งๆที่กำลังอาบน้ำอยู่ตัวเปียกๆ  ขนยังลุกตั้งชันได้เหมือนมีคนมายืนเป่าลมอยู่ที่ท้ายทอยตลอดเวลาที่อาบน้ำ จึงรีบอาบน้ำแล้วก็ออกจากห้องน้ำ

          คนต่อไปที่รอคิวเข้าอยู่ก็คือเตย แต่พออ้อออกมายังไม่ทันได้พูดอะไรกับเตย เตยนั้นก็ชิงพูดก่อนว่า “ วันนี้ขอไม่อาบน้ำ” อ้อก็สงสัยในใจว่า เตยอาจจะเห็นอะไรหรือไม่ อย่างไร แจนที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็เดินเข้าไปอาบน้ำต่อ ในระหว่างที่น้องแจนกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำนั้น อ้อก็ยังไม่ได้ถามอะไรกับเตย เนื่องจากเตยนั้นนอนนิ่งอยู่บนเตียง และก็อ่านหนังสือแบบไม่มองอะไรเลย นอกจากหนังสือเท่านั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกดังออกมาจากในห้องน้ำ ตอนนั้นอ้อก็ร้องตอบกลับไปว่า “มีอะไรแจน ว่าไง” ซึ่งก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา อีกพักเดียวเท่านั้นก็มีเสียงร้องตะโกนออกมาจากในห้องน้ำอีก อ้อนั้นก็คิดว่าแจนน่าจะตะโกน ถามอะไรสักอย่าง ซึ่งจะบอกว่าเสียงพูดที่ตะโกนออกมาจากในห้องน้ำนั้น อ้อกับเตยฟังไม่รู้เรื่องว่าพูดอะไร จับคำศัพท์ไม่ได้ ฟังก็ไม่ออกเหมือนกับไม่ได้พูดภาษาไทยด้วยซ้ำ อ้อก็เลยขานรับกลับไป แต่ทุกอย่างก็เงียบ

          จนเวลาผ่านไปแป๊บเดียวเสียงตะโกนรอบที่ 3 ก็มาจนได้ มีเสียงตะโกนออกมาจากห้องน้ำอีกครั้งหนึ่ง อ้อเลยตัดสินใจตอบกลับ “แจน แจน เรียกพี่หรือเปล่า” ซึ่งน้องแจนก็เปิดประตูห้องน้ำโผล่หน้ามาถามพอดีว่า “พี่อ้อเรียกแจนทำไมคะ”  อ้อจึงถามแจนกลับไปว่า “แล้วเราตะโกนอะไรออกมาจากในห้องน้ำล่ะ”  ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือ แจนอาบน้ำอย่างเดียวไม่ได้เรียกใครทั้งสิ้น แค่นั้นอ้อกับเตยก็รู้แล้วว่าเจอกับอะไร แต่ก็ยังไม่กระโตกกระตากเพราะกลัวว่าน้องแจนจะกลัวมากขึ้น เลยบอกไปว่า “ไม่มีอะไร สงสัยที่หูฝาด”

          ตอนนั้นเอง เตยก็ได้ยื่นเศษกระดาษเล็กๆส่งมาให้ ทั้งๆที่เตยนั้น ก็กำลังเอามือ ถือหนังสือการ์ตูนบังหน้าตัวเองเอาไว้ตลอดเวลา  ต้องบอกอีกอย่างหนึ่งว่าเตียงที่เตยนอนอยู่นั้น อยู่เยื้องๆกับตู้เสื้อผ้าพอดี ซึ่งเตยได้เขียนข้อความลงบนเศษกระดาษแผ่นเล็กๆลงมาให้อ้อว่า “พี่อ้อ  อย่าไปตอบเขาอีกนะ เขายืนเรียกเราจากหน้าห้องน้ำนานแล้ว ตื่นเช้าแล้วค่อยเล่าให้ฟังว่าเจออะไร”  พออ้ออ่านข้อความในกระดาษจบก็ทำเป็นนิ่งเฉย จนแจนนั้นออกจากห้องน้ำเตรียมตัวนอน แล้วทั้งสามคนก็ตกลงกันว่าจะไม่ปิดไฟนอน และขอเปิดโทรทัศน์ทิ้งเอาไว้ด้วย  แล้วทั้งสามคนก็เลื่อนเตียงมาติดกัน นอนตัวติดกัน  ซึ่งตลอดทั้งคืนนั้น อ้อกับเตยแทบจะไม่ได้นอนกันเลย เนื่องจากเตยนั้นไม่ยอมเอาหนังสือออกจากหน้า

          เป็นห่วงน้องก็ห่วง รู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองอยู่ตลอดเวลา สักพักหนึ่งก็เผลอหลับไป ตื่นอีกครั้งก็ตอนที่  เตยสะกิด แล้วก็พูดว่า “พี่อ้อตื่นได้แล้ว” หลังจากตื่นพวกเราก็รีบเก็บของเตรียมตัวรอ Check Out ออกจากโรงแรม อ้อกับพวกญาติๆ ก็เลยมารวมตัวกันที่ล็อบบี้ แล้วลูกพี่ลูกน้องก็ถามว่า “ได้เจออะไรกันไหม เมื่อคืน”  เตยได้ยินแบบนั้นก็พูดเบาๆว่า “ เดี๋ยวออกจากโรงแรมก่อนจะเล่าให้ฟัง”

          พอทุกคนออกจากโรงแรมแล้ว ตอนอยู่ในรถ เตยก็มาเล่าความจริงทั้งหมดว่า ตั้งแต่ตอนที่มีเสียงเรียกจากในห้องน้ำ เตยก็แอบชำเลืองมอง เห็นเป็นผู้หญิงผมหยิก หยักศกยาวประบ่าหน้ากลมโต ผิวคล้ำ ใส่ผ้าถุง แต่ว่าเตยมองไม่เห็นว่าสีอะไร เนื่องจากข้างล่างนั้นดูเลือนๆ แต่เสื้อที่ผู้หญิงคนนั้นใสนั้นเป็นสีส้มอิฐ ยืนมองไปที่ทุกคน แต่เราว่า พอพี่อ้อทักไปรอบแรกนั้น ผีผู้หญิงคนนั้นก็ขยับเข้ามาใกล้ พอทักครั้งที่ 2 ก็ขยับเข้ามาถึงตรงกลางห้อง พอครั้งที่ 3 เตยเห็น ผู้หญิงคนนั้นกำลังยื่นหน้ามาอยู่ตรงปลายเท้าของอ้อกับเตยแล้ว ซึ่งตอนนั้นเตยกลัวมากๆ ก็เลยหนังสือขึ้นมาบังหน้าเอาไว้ ทำเป็นว่ากำลังอ่านหนังสืออยู่ แล้วเตยก็ยังบอกอีกว่า ผู้หญิงคนนั้นเขากำลังพยายามเหมือนจะพูดอะไร และก็มองไปที่เตย เพิ่งเตยกลัวก็เลยทำเป็นมองไม่เห็น และก็ทำเป็นอ่านหนังสือจนไปถึงเช้า ซึ่งเตยก็บอกว่าผู้หญิงคนนั้นก็ยืนมองทุกคนจนถึงรุ่งเช้าแล้วก็ค่อยๆหายไป อ้อและทุกคนได้ยินแบบนั้นก็พากันขนลุก อ้อยังโชคดีกว่าเตยที่รับรู้ได้แต่เพียงความรู้สึกเท่านั้น เช่นมีคนจ้องมองหรือมีคนเป่าลมที่หูข้างหลัง 

          แล้วเตยก็มาสรุปขมวดปมให้ทุกคนได้ฟังว่า ตอนที่ลูกพี่ลูกน้องถามตรงล็อบบี้ว่าเมื่อคืนเจออะไรไหม ทำไมเตยถึงไม่ตอบ เตยก็บอกว่า ยังเห็นผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ตรงบริเวณล็อบบี้ด้วย เขาเดินตามออกมาจากห้อง เหมือนอยากจะบอกอะไรสักอย่าง ซึ่งเตยบอกว่าขนาดตอนเช้ายังเห็นมายืนรวมกลุ่มอยู่บริเวณล็อบบี้ด้วยและกลัวว่าเขาจะตามออกมาจากโรงแรมและขึ้นรถมาด้วย แต่ว่าสายตาของผู้หญิงคนนั้นก็ดูเศร้าๆ เหมือนอยากจะสื่ออะไรบางอย่าง…..

ขอบคุณเรื่องเล่าจากเพจ Sho ck Time Story ล้อมวง เล่า เรื่อง ผี

admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *