“เมื่อไปเวียนเทียนแล้วเห็นคนเดินสวนทางและพระท่านทักว่าเห็นหรือโยม” วันพระใหญ่

เรื่องวันพระใหญ่ เจ้าของเรื่อง : คุณโต๋ ปล.ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเรื่องเล่า

          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมเดินทางกลับไปที่บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดสมุทรสงคราม และในวันนั้นก็เป็นวันหยุด เนื่องจากเป็นวันวิสาขบูชาพอดี  ผมก็เลยชวนพี่สาวแท้ๆและพี่สาวอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกของป้า ไปเวียนเทียนที่วัดในตอนกลางคืน เหตุการณ์ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยความปกติดี

          หลังจากที่เข้าโบสถ์ฟังพระสวดเสร็จ ก็เดินออกมาหน้าประตูโบสถ์เพื่อจะจุดธูปเทียนในการเวียนเทียนแล้วก็จะเดินตามพระท่านออกไป  พอเดินตามหลังพระไปได้สักพักหนึ่ง  ผมหันหลังจะไปบอกกับพี่สาวว่า “ขอไฟแช็กหน่อย  เทียนมันดับ”  และในขณะนั้นสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นลุงแก่ๆกำลังเดินเวียนเทียนเหมือนกัน  แต่ว่าลุงแก่ๆคนนั้นกำลังเดินตรวจไปอีกทางของโบสถ์   ซึ่งปกติแล้วทุกคนต้องเดินเวียนเทียนไปทางด้านขวามือ แต่สำหรับลุงคนนี้กลับเดินเวียนไปทางซ้าย การเดินเวียนซ้ายเท่าที่ผมเข้าใจนั้น เขาใช้สำหรับการแห่โลงไม่ใช่หรือ

          ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากก็ได้แต่นึกในใจว่า  ลุงคนนี้อาจจะเดินกลับไปดักด้านหน้าของขบวนเวียนเทียน หลังจากผมได้ไฟแช็คมาจุดเทียนเสร็จ ก็เดินเวียนเทียนต่อไป พักเดียวเท่านั้นลุงแก่ๆคนเดิมก็เดินสวนขบวนเวียนเทียนมาอีกครั้งหนึ่ง  ลุงแก่คนนี้กำลังเดินก้มหน้าถือดอกไม้ธูปเทียนพร้อมด้วยการพนมมือ  เดินผ่านผมไป ผมก็เริ่มประหลาดใจ มองหันหลังตามจนกระทั่งพี่สาวของผมขึ้นเสียงบอกว่า “เดินไป!!  อย่าหันกลับไปมอง”  ในใจของผมตอนนั้นก็เริ่มคิดแล้วว่า ลุงคนนี้ถ้าเกิดไม่ใช่คนบ้าก็น่าจะเป็นผี…

          รอบที่ 2 ก็ยังคงเดินเหมือนเดิมจนกระทั่งถึงรอบสุดท้าย  ในช่วงระหว่างที่ผมกำลังเดินและก็สวดมนต์ไปด้วยอยู่นั้น สายตาของผมก็ยังคงเห็นลุงคนเดิมเดินสวนกลับมาอีกรอบหนึ่ง  แต่ว่ารอบนี้ลุงแกเดินมาแล้วก็เงยหน้าลืมตาขึ้นมา  หน้าตาของแกมันขาวซีดแทบจะไม่มีสีของเลื อด นัยน์ตาของแกแดงกล่ำและในช่วงที่แกกำลังเดินสวนมานั้น จู่ๆก็หันมามองด้านข้างของขบวนเวียนเทียน ตอนนั้นผมมั่นใจแล้วว่าลุงคนนี้ไม่ใช่คนแน่นอน  ผมทำได้แค่รีบเดินตามหลวงน้าที่เคยเป็นลูกศิษย์ แบบติดๆทันที  หลวงน้านั้นก็หันมาถามกับผมว่า  “เห็นเขาหรือ”  ผมได้ยินแค่นั้น ถึงกับอึ้งแต่ก็เดินเวียนเทียนไปจนครบรอบ หลังจากนำดอกไม้ธูปเทียนไปวางบนแท่นเสนาเสร็จแล้ว  ก็รีบเดินไปหาหลวงน้า แล้วก็ถามว่า  “ลุงคนนั้นที่เห็นเดินสวนมาเป็นใคร??”  หลวงน้าก็เล่าให้ฟังว่า..

          ลุงคนนั้นแกเป็นเด็กวัดเก่า ในทุกๆวันพระใหญ่ แกชอบมาเวียนเทียนทุกปี แต่ว่าแกเป็นคนถือเคล็ดอะไรก็ไม่รู้ ชอบเดินเวียนไปทางซ้าย ซึ่งคนส่วนใหญ่เขาถือกันว่า เวียนไปทางซ้ายเหมือนเวียนแห่ขึ้นเมรุ  จนกระทั่งแกเสียชีวิตไป  วิญญาณของแก ก็มักจะมาให้เห็นแทบทุกปี.. พอหลวงน้าเล่าเสร็จผมก็รีบดึงแขนพี่สาวทั้งสองคน กลับบ้านอย่างเร็ว และก็ไม่หันกลับไปมองอีกเลย…

แถมเรื่องเล่าวันพระกันอีกเรื่อง เรื่องวันปล่อยผี เจ้าของเรื่อง : คุณเก้า

          เรื่องราวทั้งหมดนั้นไม่ได้เป็นเรื่องราวที่ผมได้พบเจอเอง แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของน้องสาวที่พบเจอ แล้วก็มาเล่าให้ผมฟังอีกทอดหนึ่ง น้องสาวของผมอาศัยอยู่ในจังหวัดหนองบัวลำภู เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นเมื่อตอนที่น้องสาวของผมยังเป็นเด็ก โดยอาศัยอยู่กับยาย ในสมัยก่อนนั้น ที่บ้านยังเป็นบ้านไม้เก่าๆมี 2 ชั้น ตั้งอยู่ในเขตชนบท ถนนหนทางยังไม่มีการลาดยางด้วยซ้ำ ในช่วงบ่ายน้องสาวของผมก็ออกไปเล่นกับเพื่อนตามปกติ แต่ว่ายายข้างบ้านก็ได้เปิดประตูออกมาบอกน้องๆกับเพื่อนๆว่า “คืนนี้ อยากกลับบ้านดึกนัก   4 โมงเย็นก็กลับบ้านกันได้แล้ว  อย่ารอให้ฟ้ามืด”   แล้วพอเล่นกันจนถึง 4 โมงเย็น เด็กๆก็พากันรีบแยกย้ายกันกลับบ้านตามคำบอกของคุณยาย

          พอตกดึกช่วงกลางคืนนั้น น้องสาวก็มักจะดูละครหลังข่าวตลอด แต่ว่าคืนนั้นยายกลับรีบไล่ให้น้องขึ้นไปนอน  น้องก็เลยจำใจขึ้นไปนอนที่ห้องชั้น 2  พอขึ้นไปบนชั้น 2 ได้แต่ว่าน้องยังไม่ง่วง ก็เลยมองลงมาที่หน้าต่าง  น้องเห็นยายและคนบ้านอื่นๆ พากันเอาสายสินญ์มาพันรอบบ้าน  แต่ด้วยความเป็นเด็กก็ไม่ได้คิดอะไร นอนเล่นอยู่บนเตียง รอยายขึ้นมานอนเป็นเพื่อน

          สักพักหนึ่งยายก็ขึ้นมาบนชั้น 2 เพื่อจะนอนกับน้องด้วย แต่โดยปกติแล้วน้องสาวจะไม่ได้นอนเร็วขนาดนี้ต้องรอละครหลังข่าวจบก็เกือบจะ 5 ทุ่ม  แต่คืนนี้ต้องมานอนตั้งแต่ 2 ทุ่ม น้องจึงนอนไม่หลับ นอนกลิ้งไปกลิ้งมาซักพักจนสายตาเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างอยู่บนคานของบ้าน ด้วยลักษณะของตัวบ้านนั้นเป็นบ้านไม้เก่าๆ จะไม่มีฝ้าเพดาน ถ้าเกิดนอนหงายมองขึ้นไปด้านบน ก็จะสามารถมองเห็นโครงหลังคา มองเห็นคานของหลังคาได้  สิ่งที่น้องสาวของผมเห็นก็คือผู้หญิงผมยาว ใส่ชุดขาว กำลังนอนเหยียดตัวตรงอยู่บนคานบ้านด้านบน สีหน้าของผู้หญิงคนนั้นซีดมาก จนเกือบจะเป็นสีขาว และมีเส้นเลื อดสีดำตามผิวหนังขึ้นเต็มไปหมด เธอคนนั้นมองลงมาที่น้องของผม แล้วก็ค่อยๆอ้าปากออก หลังจากนั้นก็มีน้ำสีดำดำๆไหลออกมาจากปากของเธอ น้องได้แต่นอนตกใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากบอกยาย คุณยายมันก็นอนอยู่ข้างๆ น้องเลยตัดสินใจเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงทั้งตัว

          สักพักหนึ่งจนเวลาผ่านไป  น้องคิดว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะไปแล้วจึงค่อยๆเลื่อนเปิดผ้าห่มออก ตอนนี้คานบ้านด้านบนไม่มีใครอยู่อีกแล้ว ผู้หญิงคนนั้นหายไป แต่ว่าหางตาของน้องกลับมองเห็นผู้หญิงคนเดิม คราวนี้ลงมายืนอยู่ข้างๆตู้เย็น ที่อยู่เยื้องกับที่นอน พอผู้หญิงคนนั้นสังเกตได้ว่าน้องสาวของผม มองเห็นเธอแล้ว เธอก็ค่อยๆแสยะยิ้มให้กับน้องของผม ตอนนั้นน้องบอกว่ากลัวสุดขีดก็เลยเอาตัวมุดเข้าไปนอนใต้ตัวยาย จนกระทั่งยายตื่น

          ยายนั้นงัวเงียลุกขึ้นมาถามน้องว่าเป็นอะไร  เกิดอะไรขึ้น  แต่ด้วยความที่ดึกแล้วรวมไปถึงความกลัวสติยังไม่กลับมาเต็มที่  จึงไม่กล้าบอกอะไรกับยาย ค่อยๆเหลือบตาไปมองอีกทีผู้หญิงคนนั้นก็หายไปแล้ว  เช้าวันต่อมาน้องตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้ยายฟัง ยายจึงพูดว่า “เมื่อคืนนี้เป็นวันปล่อยผี”  เนื่องจากน้องยังเป็นเด็กและยังจิตอ่อนก็เลยสามารถสื่อสารกับวิญญาณต่างๆที่ถูกปล่อยออกมาได้ นั่นคือความเชื่อของคนในแถบนั้น วันปล่อยผีนั้นมีเอาไว้ทำอะไร น้องสาวของผมก็ไม่ แต่ว่าคนแถวนั้นมักจะมีการทำพิธีในวันแบบนี้ ทุกๆปีปีละ 1 ครั้ง…

ขอบคุณเรื่องเล่าจากเพจ Sho ck Time Story ล้อมวง เล่า เรื่อง ผี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *